ตอน 4 มาแล้วหลังจากขี้เกียจไปนาน หุหุ ตอนนี้ก็ต่อในหมวดเตะๆทั้งหลาย รวมถึงการวิ่งย้อนจากลูกเตะ ถ้าใครเพิ่งอ่านเจอและอยากอ่านตอนก่อนหน้านี้สามารถกดลิงค์ได้จากท้ายเอนทรีนี้ หรือจาก Site Blog ด้านบนก็ได้ครับ
 
 
Kicking - การเตะ
  • KO = Total Kickoffs : จำนวนครั้งในการเตะเปิดเกม (การเตะเปิดเกมจะเตะที่เส้น 30 ในแดนตัวเอง)
  • Yds = Total Yards : รวมระยะหลาที่เตะคิกออฟ
  • OOB = Out of Bounds : จำนวนครั้งที่เตะออกนอกสนาม
  • Avg = Average : ระยะเฉลี่ยในการเตะคิกออฟ
  • TB = Touchbacks : เตะเข้าเขต endzone ของฝ่ายตรงข้าม โดยที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามรับบอลและคุกเข่าใน endzone (ฝ่ายที่รับบอลจะได้เริ่มบุกที่เส้น 20 ในแดนตัวเอง)
  • Pct = Percentage : เปอร์เซ็นต์ที่เกิดการ TB
  • Ret = Kick Returns : จำนวนครั้งที่ฝ่ายตรงข้ามรับบอลวิ่งย้อนจากการเตะคิกออฟ
  • Avg = Average : ระยะเฉลี่ยที่ฝ่ายตรงข้ามวิ่งย้อนได้
  • TD = Touchdowns : จำนวนทัชดาวน์ที่ฝ่ายตรงข้ามทำได้จากการวิ่งย้อนคิกออฟ
  • OSK = Onside Kicks : จำนวนครั้งที่เตะออนไซด์คิก (การเตะคิกออฟระยะสั้น เพื่อโอกาสในการแย่งรับบอลกับฝ่ายตรงข้าม โดยจะต้องเตะให้เกิน 10 หลาเป็นอย่างน้อย)
  • OSKR = Onside Kick Recovered : จำนวนครั้งที่ทีมตัวเองรับบอลได้จากการเตะออนไซด์คิก

Punting - การเตะพันท์ (การเตะทิ้งกินแดนเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามกลับมาบุกในเพลย์ต่อไป)
  • Punts : Total Punts : จำนวนครั้งที่เตะพันท์
  • Yds = Gross Punting Yards : รวมระยะหลาที่เตะพันท์
  • Net Yds = Net Yards : ระยะสุทธิที่เตะพันท์ได้ เมื่อหักระยะที่ฝ่ายตรงข้ามวิ่งย้อนได้ออกไป
  • Lng = Longest Punt : ระยะไกลที่สุดในการเตะพันท์
  • Avg = Gross Punting Average : ระยะเฉลี่ยในการเตะพันท์
  • Net Avg = Net Punting Average : ระยะเฉลี่ยสุทธิที่เตะได้
  • Blk = Blocked Punts : จำนวนครั้งที่เตะพันท์แล้วถูกฝ่ายตรงข้ามบล็อกได้
  • OOB = Out of Bounds : จำนวนครั้งที่เตะพันท์ออกนอกสนาม
  • Dn = Downed Punts : จำนวนครั้งที่เตะพันท์แล้วฝ่ายตรงข้ามรับบอลได้และคุกเข่าใน endzone
  • IN 20 = Inside 20 : จำนวนครั้งที่เตะพันท์เข้าเส้น 20 หลาของฝ่ายตรงข้าม (นับรวมจำนวน TB ด้วย)
  • FC = Fair Cacthes : จำนวนครั้งที่ฝ่ายรับบอลเรียกแฟร์แคช (การรับบอลโดยที่ฝ่ายเตะบอลห้ามสัมผัสฝ่ายตรงข้ามที่รับบอลได้ ในขณะเดียวกันคนที่รับบอลได้จะไม่สามารถวิ่งย้อนได้ และเพลย์ต่อไปให้เริ่มเล่นที่เส้นที่รับบอลได้)
  • Ret = Punt Returns : จำนวนครั้งที่ฝ่ายตรงข้ามรับบอลวิ่งย้อนจากการเตะพันท์
  • RetY = Return Yards : ระยะที่ฝ่ายตรงข้ามวิ่งย้อนได้เมื่อรับบอลที่ได้จากการเตะพันท์
  • TD = Touchdowns : จำนวนทัชดาวน์ที่ฝ่ายตรงข้ามทำได้จากการวิ่งย้อนพันท์
 
Field Goals - การเตะฟิลด์โกล์ (การเตะบอลเข้าประตูฝ่ายตรงข้าม)
  • FGM = Field Goals Made : จำนวน FG ที่เตะเข้า
  • FG Att = Field Goal Attempts : จำนวน FG ที่ได้เตะ (เข้า+ไม่เข้า)
  • Pct = Percentage : เปอร์เซ็นต์ FG ที่เตะเข้า
  • Blk = Blocked Field Goals : จำนวน FG ที่โดนบล็อก
  • Lng = Longest Field Goal : ระยะ FG ไกลที่สุดที่เตะเข้า
  • A-M = Attempts - Made : เทียบระหว่างจำนวนครั้งที่ได้เตะกับเตะเข้า โดยมีช่วงระยะคือ 1-19, 20-29, 40-49 และ 50 หลาขึ้นไป
  • Pct = Percent (A-M) : เปอร์เซ็นต์ในแต่ละช่วงระยะ
  • XPM = Extra Points Made : จำนวนลูกโบนัสที่เตะเข้า (หลังจากทำทัชดาวน์ได้ จะมีโอกาสเลือกเตะลูกโบนัสระยะ 18 หลา 1 คะแนน หรือเล่นที่เส้น 2 หลาเพื่อทำทัชดาวน์ 2 คะแนน)
  • XP Att = Extra Point Attempts : จำนวนลูกโบนัสที่ได้เตะ
  • Pct = Percentage (XP) : เปอร์เซ็นต์ในการเตะลูกโบนัสเข้า
  • Blk = Blocked Extra Points : จำนวนลูกโบนัสที่โดนบล็อก

Kick Returns - การวิ่งย้อน (ในหมวดนี้จะแบ่งเป็นสองส่วน คือ วิ่งย้อนคิกออฟและวิ่งย้อนพันท์ แต่ก็ใช้ศัพท์ย่อเหมือนกัน จึงขออธิบายรวมกันทีเดียว แต่ให้ทำความเข้าใจว่าศัพท์แต่ละตัวมี 2 แบบ ขึ้นอยู่กับว่ากำลังดูสถิติวิ่งย้อนคิกออฟหรือพันท์)
  • Ret = Return Attempts : จำนวนครั้งที่วิ่งย้อน
  • Yds หรือ RetY = Return Yards : ระยะที่ทำได้จากการวิ่งย้อน
  • Avg = Average Yards per Return : ระยะเฉลี่ยในการวิ่งย้อนแต่ละครั้ง
  • Lng = Longest Return : ระยะไกลสุดในการวิ่งย้อน
  • TD = Return Touchdowns : จำนวนทัชดาวน์ที่ทำได้จากการวิ่งย้อน
  • 20+ : จำนวนครั้งที่วิ่งย้อนได้ 20 หลาขึ้นไป
  • 40+ : จำนวนครั้งที่วิ่งย้อนได้ 40 หลาขึ้นไป
  • FC = Fair Cacthes : จำนวนครั้งที่เรียกแฟร์แคช
  • FUM = Fumbled : จำนวนฟัมเบิ้ลที่เกิดขึ้น
ก็เป็นอันจบในส่วนของทีมบุกและทีมพิเศษ แต่ยังเหลือศัพท์ตัวย่อสถิติในส่วนของทีมรับอยู่ ซึ่งจะมาต่อตอนหน้าและคาดว่าจะเป็นตอนสุดท้ายของเรื่องนี้ 
 
ตอนที่แล้ว
 

Comment

Comment:

Tweet

@trio-jam
เข้าใจถูกต้องแล้วครับ ที่ตัววิ่งจะแยกเป็น Halfback กับ Fullback แต่เกมยุคปัจจุบัน Fullback ลดบทบาทลงไปเยอะ เพราะเดี่ยวนี้นิยม Power Running back กัน ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ Fullback มาช่วยบล็อกมากเหมือนเมื่อก่อน ประมาณ 2 in 1 ลุยเองคนเดียวได้ถึกซะอย่าง confused smile

ส่วนแผนหลอกที่ให้ตำแหน่งอื่นมาขว้างบอลแทน หรือสลับ QB ไปยืนตำแหน่งปีก สองปีหลังนี่กำลังฮิตเลยครับ โดยทีม Dolphins นำแผนนี้มาใช้จนเปลี่ยนจากทีม 1-15 มาเป็น 11-5 พาทีมเข้าเพลย์ออฟได้ ซึ่งแผนนี้เรียกว่า Wildcat ที่ปกตินิยมใช้กันแค่ระดับคอลเลจ

อ่อ Aaron Rodgers ขึ้นมาได้สุดยอดมากครับ ปีที่แล้วพาทีมเข้าเพลย์ออฟได้ สถิติส่วนตัวก็หรูทีเดียวจนติดโปรโบวล์ จนแฟนๆบางคนลืมลุงเบรทเลยทีเดียว question

#2 By Paladay on 2010-05-31 16:28

อุ้ว น่าสนใจมากมายครับ อเมริกันฟุตบอล ผมก็บ้าเรื่องนี้เมื่อซักสองสามปีก่อนอยู่

ย้อนๆกลับไปดูเห็นพูดถึงตัววิ่ง (Running back) ผมขอเสนอในสิ่งที่ผมเข้าใจนะึี

Running back น่าจะหมายถึงตำแหน่งตัววิ่ง แยกตำแหน่งได้เป็น Halfback ตัววิ่งหลัก และ Fullback ตัววิ่งอีกตัวซึ่งมักทำหน้าที่การ์ดของ HB(Halfback) กับ QB(Quarterback) อีกที แต่ในบางแผนการเล่น FB(Fullback) ก็ทำหน้าที่วิ่งเอง และบางแผนก็ใช้พวก RB(Running back) ทำหน้าที่ขว้างแทน(ประมาณว่าแผนหลอก)

เคยได้ยินว่า HB จะตัวเล็กกว่า FB เพราะเน้นวิ่งมากกว่าเข้าชน และพวก RB จำนวนมากเคยเป็นนักวิ่งทางตรงมาก่อน

**หากสิ่งที่ผมเสนอไปนั้นผิดพลาดแต่ประการใดต้องขออภัยในความรู้ที่มั่วซั่วของผมนี้ด้วยครับ**

ปล.ผมชอบ Greenbay Packers แต่เสียดายเบรท ฟาร์ฟ รีไทร์แล้วไหงไปเล่นทีมอื่น angry smile

ปล.2 แต่อารอน รอดเจอร์ ก็ดูแนวดีนะ open-mounthed smile

#1 By trio-jam on 2010-05-31 08:02